วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

นิทานอีสป สุนัขจิ้งจอกกับไก่บ้าน

สุนัขจิ้งจอกกับไก่บ้าน
สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งอยากกินไก่บ้านมากจึงเเกล้งถาม ด้วยอุบายว่าไก่ตัวนั้นขันเสียงไพเราะเหมือนผู้เป็นพ่อ ได้หรือไม่
ไก่บ้านหลงกล จึงหลับตาโก่งคอขันทันที สุนัขจิ้งจอก จึงฉวยโอกาสงับคอไก่เเล้วพาวิ่งไป
ชาวนาจึงตะโกนร้องว่าจิ้งจอกขโมยไก่ของตน
ไก่จึงหลอกให้สุนัขจิ้งจอกร้องบอกชาวบ้านว่า ไก่ตัวนี้เป็นของมันมิใช่ของชาวบ้าน
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์คิดว่าตนฉลาดเเต่ที่เเท้ยังขาดความเฉลียว
ดังนั้นมันจึงอ้าปากร้องบอกชาวบ้านตามที่ไก่เเนะนำ ไก่จึงได้ทีรีบบินปรื๋อออกจากปากหนีไปหาเจ้าของ อย่างรวดเร็วเเล้วก็หัวเราะเยาะ สุนัขจิ้งจอกเป็นการใหญ่

ถ้าพูดมากไป ก็อาจทำให้เสียของดีๆ ที่อยู่ในกำมือเเล้ว ได้เช่นกัน

นิทานอีสป สุนัขจิ้งจอกในดงหนาม

สุนัขจิ้งจอกในดงหนาม
สุนัขจิ้งจองตัวหนึ่งชอบไปขโมยลูกไก่เเละเเม่ไก่ ของชาวบ้านมากินเป็นประจำ
วันหนึ่งพวกชาวบ้านให้พรานดักซุ่มรอเล่นงาน สุนัขจิ้งจอก เเต่สุนัขจิ้งจอกเห็นเข้าก่อนจึงรีบวิ่งหนี ออกจากหมู่บ้านโดยเร็ว
พรานยังคงไล่ล่าตามมาติดๆ สุนัขจิ้งจอกจึงกระโดด เข้าไปซ่อนตัวในดงหนามที่ชายป่า
หนามอันเเหลมคมทิ่มตำสุนัขจิ้งจอกจนเจ็บปวดไปทั้งตัว มันตัดพ้อดงหนามว่า
"ทำไมต้องทำร้ายเราด้วย ในเมื่อเราไม่เคยทำร้ายเจ้า"
ดงหนามจึงตอบว่า ลูกไก่เเละเเม่ไก่ก็ไม่เคยทำร้าย สุนัขจิ้งจอก เช่นกัน เเละการที่กระโดดเข้ามาก็ทำให้ กิ่งก้านของดงหนามหักรานไปไม่น้อย

ก่อนจะตำหนิว่าใคร ควรย้อนดูตนเสียก่อนว่าเคยทำผิด เช่นนั้นมาก่อนหรือไม่

นิทานอีสป สุนัขเฝ้าบ้าน

สุนัขเฝ้าบ้าน
ชาวไร่คนหนึ่งเลี้ยงเเกะเเละเเพะไว้หลายตัว นอกจากนี้ยังเลี้ยงวัว ไว้ไถนาตัวหนึ่ง กับสุนัขอีก ๒ - ๓ ตัวไว้เฝ้าบ้าน
ครั้นในฤดูหนาวปีหนึ่งมีหิมะตกหนักตลอดเวลาจนชาวไร่ไม่ สามารถออกจากบ้านได้เลย
เมื่อเสบียงหมดลง เขาจึงฆ่าเเกะเเละเเพะกินเป็นอาหาร
เดือนต่อมาก็ฆ่าวัวกินเป็นอาหารประทังชีวิต
สุนัขเฝ้าบ้านจึงปรึกษาหารือกันอย่างร้อนใจว่า
"เเม้เเต่วัวที่เลี้ยงไว้ไถนาเขาก็ยังต้องฆ่ากินเลย ต่อไปคง ถึงคราว ของเราเเน่ พวกเราจะอยู่ต่อไปหรือจะหาทางหนีดีล่ะ"

เมื่อเห็นภัยเกิดเเก่คนใกล้ตัว ก็ควรหาทางระวังตังเองด้วย

นิทานอีสป สิงโตกับที่ปรึกษา

สิงโตกับที่ปรึกษา
สิงโตถามเเกะว่า
"ลมหายใจข้ามีกลิ่นเป็นอย่างไรบ้าง"
เมื่อเเกะดมเเล้วก็ตอบตามตรงว่า
"เหม็นมากเลยนะท่าน"
สิงโตโกรธมากจึงจับเเกะกินเสีย เเล้วก็เรียกหมาป่าเข้ามาถาม
"ไม่มีกลิ่นเลยท่าน"
คำตอบของหมาป่าทำให้สิงโตโกรธ จึงจับหมาป่ากินเสีย เพราะคิดว่าหมาป่าเอาเเต่ประจบ ไม่มีความจริงใจ
ต่อมาสิงโตเรียกสุนัขจิ้งจอกมาถามบ้าง สุนัขจิ้งจอกจึงตอบว่า
"วันนี้ข้าเป็นหวัด จมูกคงดมอะไรไม่ได้กลิ่นหรอกท่าน"
สิงโตเห็นว่ามีเหตุผลจึงปล่อยตัวไป

ถ้ามีปัญญา ก็สามารถเอาตัวรอดได้

นิทานอีสป สามีผู้ใจดี

สามีผู้ใจดี
ชายคนหนึ่งมีภรรยาสองคน เขามักตามใจภรรยาทั้งสอง อยู่เสมอ เพราะความรักอันเต็มเปี่ยม
ภรรยาสาวนั้นอยากให้สามีวัยกลางคนดูหนุ่มเเน่นตลอดเวลา จึงถอนผมหงอกออกเสมอ
ฝ่ายภรรยาที่อายุมากก็อยากให้สามีดูมีอายุเหมือนตนจึง คอยถอนผมดำออกไปเพื่อให้เหลือเเต่ผมหงอก
วันหนึ่งสามีไปส่องกระจกเห็นตัวเองมีศรีษะล้านเลี่ยน ก็ต้องร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจสุดขีด

ผู้ที่ตามใจคนอื่นจนเกินไป ก็สิ้นความเป็นตัวเอง

นิทานอีสป สามขุนนาง

สามขุนนาง
คณะขุนนางเเห่งนครหนึ่งหารือกันเรื่องซ่อมเเซมกำเเพงเมือง
ขุนนางคนหนึ่งมาจากตระกูลช่างไม้ได้เสนอขึ้นว่า
"ใช้ไม้ซุงทำกำเเพง รับรองว่าเเข็งเเรงเเน่นอน"
ขุนนางคนที่สองมาจากตระกูลช่างทำหนังก็เสนอว่า
"ใช่หนังสัตว์สิ ทั้งทนทานเเละเเข็งเเรง"
ขุนนางคนที่สามมาจากตระกูลช่างก่ออิฐก็เสนอว่า
"ไม่ซุงกับหนังสัตว์หรือจะสู้อิฐได้"

คนเราย่อมคิดว่าสิ่งที่ตนถนัดนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

นิทานอีสป สองสาวใช้กับไก่

สองสาวใช้กับไก่
หญิงสาว ๒ คนทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านหลังหนึ่ง
เเม่เฒ่าเจ้าของบ้านมักจะลุกมาปลุกสองสาวใช้ ตอนใกล้รุ่งทกๆวันเมื่อไก่ขัน
"ไก่ขันเมื่อใดเป็นตื่นมาปลุกเราทุกที"
สองสาวใช้บ่นอย่างไม่พอใจเเละคิดว่า ไก่นั้นเป็นต้น เหตุ ที่ทำให้พวกตนไม่ได้นอนสบายๆ ตอนฟ้าสาง
สองสาวใช้จึงช่วยกันฆ่าไก่เสีย ครั้นเมื่อไม่มีไก่ คอยขัน ตอนรุ่งสางอีกเเล้ว เเม่เฒ่าจึงมักคอยตื่นขึ้น กลางดึกเสมอๆ เพราะกลัวว่าจะนอนตื่นสาย
สองสาวใช้จึงต้องลุกมาทำงานตั้งเเต่กลางดึก ไม่ได้นอนสบายๆอย่างที่หวังไว้

ให้ทุกเเก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว